นี่อาจไม่ใช่เรื่องที่การเเพทย์จะเอามาอธิบายได้ หลายคนคงไม่เข้าใจ เเต่ลองดูครับ มันเข้าใจไม่ยากไม่ง่ายเลย การเเพทย์เป็นศาสตร์ประยุกต์ ที่มีพื้นฐานความรู้มาจากวิทยาศาสตร์โดยเน้นที่biology(จักรยานก็วิทยาศาสตร์นะ เเต่เน้นที่ฟิสิกส์55+) ทฤษฎีที่สำคัญหนึ่งคือ "ทฤษฎีเชื้อโรค" เเละนี่เเหละ ที่ทำให้สังคมมองคนขี่จักรยานอย่างเราๆ ในมุมมองที่ไม่ค่อยน่าพิศมัยเท่าใดนัก
ในเมืองนอก(western) เเละเเม้เเต่ในไทยเอง คนที่ขี่ bmxนั้น มักจะเป็น วัยรุ่น ใช่เเล้ว วัยรุ่นนี่เเหละที่เป็นสิ่งสำคัญ ผู้ใหญ่ทุกคนทราบดีว่าวัยรุ่นเป็นเเบบไหน(เพราะว่าคงผ่านมาเเล้ว) เเละด้วยจิตวิทยาวัยรุ่น เกี่ยวกับการเปลี่ยนเเปลงหรือว่าด้วยพัฒนาการทางอารมณ์ วัยนี้เป็นวัยที่ อารมณ์เปลี่ยนง่าย ....(ว่ากั
นไป เปิดหนังสือจิตวิทยาวัยรุ่นดูนะ)เเละการที่เป็นวัยที่ดื้อรั้น บอกให้ทำ ก็ไม่ทำ บอกให้หยุด ดันจะทำนี่เเหละ ที่ทำให้วัยรุ่นเป็นเมืองวัยที่ควบคุมเเละจัดการไม่ได้(ลำบากหน่อย) เเละสิ่งที่ถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ต้องจัดการในศาสตร์ทางการเเพทย์คือ "เชื้อโรค" ดังนั้น วัยรุ่นก็ไม่ต่างจากเชื้อโรคที่ยากจะควบคุม หรืออาจเป็นเซลล์มะเร็งก็เป็นได้ ดังนั้น จึงไม่น่าเเปลกที่ คนโดยรวมมักมองเราๆ เป็นตัว....(จะว่าอันตรายก็ไม่ใช่) เอาซะว่าเป็นความผิดปกติ[Disorder]ของสังคม นั่นเป็นต้นกำเนิดเเต่ว่า คนขี่bmxไม่ได้มีเเค่วัยรุ่นเสมอไป มันมีหลายวัย เเต่สิ่งที่เกิดขึ้น สังคมได้ steriotype ทุกคนว่า เป็นความผิดปกติไปเเล้ว
ดังนั้น ข้นเเรกเลยคือ คนมองวัยรุ่นเป็นวัยเเห่งปัญหา เป็นความผิดปกติ....ต่อมา วัยรุ่นขี่จักรยานความผิดปกติจึงถูกเคลื่อนย้ายไปสู่วัตถุ ....อันนำไปสู่ การเหมารวมคนที่ขี่จักรยานbmx ว่าเป็นความผิดปกติของสังคม อันมีพื้นฐานความคิดจากการเเพทย์
เเต่ทว่าสิ่งเหล่านี้ถูกลดทอน ลงสำหรับmtb street เนื่องจาก มันไม่ใช่ bmx เเละคนที่ขี่ ไม่ใช่วัยรุ่น(ทั้งๆที่เรามีเเนวทาง มีการเล่นที่เเทบไม่ต่างกัน)
ยังมีการอธิบายการถูกตีตรา เเละป้ายสี ของเหล่า bike stuntอีกหลายหลายวิธี หลายหลายกรอบคิด วันหลังคิดออกค่อยมาพรรณาต่อครับ ถึงยังไง สิ่งที่พูดมาอย่าไปใส่ใจมากมายครับ เเค่ต้องการเสนอให้รับทราบกันเท่านั้น การมอง การให้คุณค่า การตีความสิ่งใดๆ เราต่างหากที่ควรตีความ ทุกอย่างอยู่ที่การคิด เเละมุมมองของMe 555+ งงเลยสิ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น