วันอาทิตย์, ตุลาคม 11, 2552

Medical Sociology in riding a bike

บทความในblog นี้อาจจะดูเเปลกๆ เเละไม่ค่อยน่าเข้ามาอ่านซักเท่าไหร่ เเต่เชื่อเถอะว่า มันเป็นการมองที่ลึก ลงไปในระดับโครงสร้าง ลองมาอ่านดูซักหน่อย วันนี้เราของพูดเเค่ประเด็นเดียว คือ สังคมวิทยาการเเพทย์กับการขี่จักรยาน(อย่างเราๆ)
นี่อาจไม่ใช่เรื่องที่การเเพทย์จะเอามาอธิบายได้ หลายคนคงไม่เข้าใจ เเต่ลองดูครับ มันเข้าใจไม่ยากไม่ง่ายเลย การเเพทย์เป็นศาสตร์ประยุกต์ ที่มีพื้นฐานความรู้มาจากวิทยาศาสตร์โดยเน้นที่biology(จักรยานก็วิทยาศาสตร์นะ เเต่เน้นที่ฟิสิกส์55+) ทฤษฎีที่สำคัญหนึ่งคือ "ทฤษฎีเชื้อโรค" เเละนี่เเหละ ที่ทำให้สังคมมองคนขี่จักรยานอย่างเราๆ ในมุมมองที่ไม่ค่อยน่าพิศมัยเท่าใดนัก


ในเมืองนอก(western) เเละเเม้เเต่ในไทยเอง คนที่ขี่ bmxนั้น มักจะเป็น วัยรุ่น ใช่เเล้ว วัยรุ่นนี่เเหละที่เป็นสิ่งสำคัญ ผู้ใหญ่ทุกคนทราบดีว่าวัยรุ่นเป็นเเบบไหน(เพราะว่าคงผ่านมาเเล้ว) เเละด้วยจิตวิทยาวัยรุ่น เกี่ยวกับการเปลี่ยนเเปลงหรือว่าด้วยพัฒนาการทางอารมณ์ วัยนี้เป็นวัยที่ อารมณ์เปลี่ยนง่าย ....(ว่ากันไป เปิดหนังสือจิตวิทยาวัยรุ่นดูนะ)เเละการที่เป็นวัยที่ดื้อรั้น บอกให้ทำ ก็ไม่ทำ บอกให้หยุด ดันจะทำนี่เเหละ ที่ทำให้วัยรุ่นเป็นเมืองวัยที่ควบคุมเเละจัดการไม่ได้(ลำบากหน่อย) เเละสิ่งที่ถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ต้องจัดการในศาสตร์ทางการเเพทย์คือ "เชื้อโรค" ดังนั้น วัยรุ่นก็ไม่ต่างจากเชื้อโรคที่ยากจะควบคุม หรืออาจเป็นเซลล์มะเร็งก็เป็นได้ ดังนั้น จึงไม่น่าเเปลกที่ คนโดยรวมมักมองเราๆ เป็นตัว....(จะว่าอันตรายก็ไม่ใช่) เอาซะว่าเป็นความผิดปกติ[Disorder]ของสังคม นั่นเป็นต้นกำเนิด
เเต่ว่า คนขี่bmxไม่ได้มีเเค่วัยรุ่นเสมอไป มันมีหลายวัย เเต่สิ่งที่เกิดขึ้น สังคมได้ steriotype ทุกคนว่า เป็นความผิดปกติไปเเล้ว

ดังนั้น ข้นเเรกเลยคือ คนมองวัยรุ่นเป็นวัยเเห่งปัญหา เป็นความผิดปกติ....ต่อมา วัยรุ่นขี่จักรยานความผิดปกติจึงถูกเคลื่อนย้ายไปสู่วัตถุ ....อันนำไปสู่ การเหมารวมคนที่ขี่จักรยานbmx ว่าเป็นความผิดปกติของสังคม อันมีพื้นฐานความคิดจากการเเพทย์
เเต่ทว่าสิ่งเหล่านี้ถูกลดทอน ลงสำหรับmtb street เนื่องจาก มันไม่ใช่ bmx เเละคนที่ขี่ ไม่ใช่วัยรุ่น(ทั้งๆที่เรามีเเนวทาง มีการเล่นที่เเทบไม่ต่างกัน
)

ยังมีการอธิบายการถูกตีตรา เเละป้ายสี ของเหล่า bike stuntอีกหลายหลายวิธี หลายหลายกรอบคิด วันหลังคิดออกค่อยมาพรรณาต่อครับ ถึงยังไง สิ่งที่พูดมาอย่าไปใส่ใจมากมายครับ เเค่ต้องการเสนอให้รับทราบกันเท่านั้น การมอง การให้คุณค่า การตีความสิ่งใดๆ เราต่างหากที่ควรตีความ ทุกอย่างอยู่ที่การคิด เเละมุมมองของMe 555+ งงเลยสิ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น